ตำนานผี ท่าน เคาท์ แดร๊คคูล่า ( Count Dracula )

ตำนานผี ท่าน เคาท์ แดร๊คคูล่า ( Count Dracula )

ในจำนวนผีเทศ หรือผีฝรั่ง เห็นจะไม่มีใครโด่งดัง และได้รับการกล่าวขวัญถึงมากไปกว่า ท่านเคาท์ แดร๊คคูล่าแห่ง โรมาเนีย เพราะมี เรื่องเล่าขาน ถึงประวัติความเป็นมาตลอดจนพฤติกรรมอันน่าสยดสยองของผีดิบตนนี้มานานหลาย ศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เนื่องจากตำนาน นิยายสยองขวัญและภาพยนตร์ ซึ่งสร้างฉายโกยเงินไปทั่วโลกแล้วหลายสิบรอบ 

ประวัติความเป็นมา

Dracula ในภาษา โรมาเนีย แปลว่า “ปีศาจ” แต่เดิน ท่านเคาท์ แดร๊คคูล่านั้นเป็นเจ้าชายผู้ครองแคว้น วัลลาเซียในปัจจุบันนี้รวมอยู่ในประเทศ โรมาเนีย ทวีปยุโรป เป็นดินแดนหลังม่านเหล็ก 

ผู้ให้กำเนิดเคาท์ แดร๊คคูล่า

สำหรับผู้ให้กำเนิดเคาท์ แดร๊คคูล่า ไม่ใช่ซาตานหรือจอมปีศาจอสูรกายตนไหน แต่เป็นนักประพันธ์ชาวอังกฤษมีนามว่า “แบรม สโตเกอร์” ซึ่งเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับผีดูดเลือดตนนี้ขึ้นมาจากความฝันในค่ำคืนอันเย็นยะเยือกแห่งฤดูหนาว ในปีค.ศ. 1897 และเมื่อประสบความสำเร็จก็มีภาคหรือตอนต่อๆมา เพื่อตอบสนองคอนิยายแนวสยองขวัญจนโด่งดังได้รับความนิยมไปทั่วโลก หากจะนับจำนวนครั้งที่ตีพิมพ์ การแปลเป็นภาษาต่างๆ และการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายทั้งในโรงและจอโทรทัศน์คงต้องนำข้อมูลใส่คอมพิวเตอร์ให้ช่วยคำนวณกันเลยทีเดียว จึงไม่ต้องสงสัยว่าผีดูดเลือดรูปหล่อตนนี้ได้ทำเงินให้กับเจ้าของบทประพันธ์และผู้จัดพิมพ์ผู้สร้างภาพยนตร์ไปแล้วจำนวนมากมายมหาศาลสักแค่ไหน

ท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วท่านเคาท์ แดร๊คคูล่าไปเกี่ยวข้องกับเจ้าชายวลาด ทีปีส แห่ง โรมาเนีย ได้อย่างไร ความจริงคือ … แม้ว่ามิสเตอร์สโตเกอร์จะเขียนเรื่องราวนี้จากความฝันของเขา แต่ก็ได้เค้ามาจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ของดินแดน โรมาเนีย เกี่ยวกับเรื่องของ เจ้าชายวลาด ทีปีส แห่งแคว้นวัลลาเซีย ผู้มีความดุร้าย ทารุณโหดไม่ผิดอะไรกับภูตผีปีศาจจนได้รับสมญานามว่า ท่านเคาท์แดร๊คคูล่า

เจ้าชาย วลาด ทีปีส เป็นนักรบและนักปกครองจอมกระหายเลือด เมื่อจับนักโทษหรือศัตรูได้ จะต้องนำไปทรมานด้วยวิธีการอันสุดแสนจะพิสดารจนตาย วิธีการที่ว่านั้นคือ นำนักโทษหรือข้าศึกไปเสียบด้วยเหล็กแหลมให้ดิ้นทุรนทุรายร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว จนกว่าจะขาดใจตาย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้าน จำพร้อมใจกันถวายสมญานามให้พระองค์ว่า “วลาด นักเสียบ” ( Vlad the Impaler )

หากดูจากพฤติกรรมของเจ้าชายองค์นี้ ท่านผู้อ่านคงเห็นว่าสมควรแล้วที่จะได้รับสมญานามว่า ยอดนักเสียบ และ จอมซาดิสต์ผู้บ้าคลั่ง จนได้รับฉายาว่าปีศาจ หรือ แดร๊คคูล่า ตลอดชีวิตของพระองค์ ได้ฆ่าคนด้วยวิธีการต่างๆรวมทั้งวิธีทรมานอย่างที่กล่าวไว้มานับหมื่นคน แต่ในวาระสุดท้าย ผลกรรมก็ตามสนองเพราะเจ้าชายพระองค์นี้ถูกข้าศึกสังหารในสนามรบ โดยตัดเอาหัวไปด้วย ฉะนั้นหากจะให้เป็นผีดูดเลือด ก็ต้องให้รับบทผีหัวขาดด้วย

ลักษณะของท่านเคาท์ แดร๊คคูล่า

หากดูในภาพยนตร์ต่างๆ จะเห็นได้ว่าท่านเคาท์ เป็นชายหนุ่มรูปหล่อ อายุประมาณ 30 เศษ ศีรษะออกจะเถิกนิดๆหน่อยๆ ดูภูมิฐาน สมวัย มักแต่งตัวด้วยชุดสีดำคล้ายสูทแต่ยาวรุ่มร่าม เห็นแล้วดูอึดอัด นอกจากนั้นก็ยังมีผ้าคลุมไหล่สีดำอีกผืนหนึ่งเวลาแต่งตัวเต็มยศจึงดูคล้ายกับมนุษย์ค้างคาว

นอกจากความหล่อชนิดคุณสาวๆ พอได้สบตาเป็นหลง ยอมให้ดูด แต่โดยดี ท่านเคาท์ยังมีเขี้ยวเสน่ห์ ด้านบนทั้งสอง และเวลาแยกเขี้ยวแสยะยิ้ม ก็จะดูสยองเลยทีเดียว บางตำราก็ว่า ปกติตอนไม่ได้ใช้งาน เขี้ยวก็จะหดอยู่ พอจะใช้งานหรือต้องการจะแสดงให้เห็นมันก็จะปรากฏออกมาเอง

สถานที่พำนักของท่านเคาท์แดร๊คคูล่า

ไม่ว่าผีไทยหรือผีฝรั่งย่อมต้องกลัวแดด กลัวแสง เหมือนกัน ดังนั้นในเวลากลางวันท่านเคาท์สุดหล่อ ก็ต้องนอนพักผ่อนในโลงอัน หรูหรา ที่ซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินของปราสาท

ในห้องใต้ดินอันเป็นที่อาศัยของท่านเคาท์ ก็ยังมีโลงของบรรดาผีดูดเลือด สมุนบริวารอยู่อีกหลายใบ พอถึงตอนกลางคืน ทั้งหมดก็ลุกออกมาแยกย้ายกันไปหากิน

อาหารและวิธีออกหากิน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อาหารของท่านเคาท์ คือ เลือด โดยเฉพาะเลือดของบรรดาเหยื่อสาวๆ ยิ่งสาว พรมจรรย์ ยิ่งอร่อย (เขาว่างั้นนะ สงสัยผีชีกอแหงๆ ) ท่านเคาท์จะแปลงร่างเป็นค้างคาว บิน พับๆ … ออกไปล่าเหยื่อ เมื่อใกล้รุ่งเช้าก็จะรีบบินกลับ ปราสาทมานอนในโลงดังเดิม 

อิทธิฤทธิ์ของผีดูดเลือด

หากว่าใครตกเป็นเหยื่อของท่านเคาท์ หรือผีดูดเลือดตนอื่นๆแล้วล่ะก็ จะกลายเป็นผีดูดเลือดไปด้วย ส่วนเรื่องพละกำลังนั้นไม่ต้องสน เพราะต่อให้เรามีแรงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเทียบกับมันได้เลย อีกอย่างมีบางตำนานกล่าวไว้ ก็คือ แดร๊คคูล่าสามารถแปลงเป็นควันได้ แม้จะหลบหนีอยู่ในที่มิดชิดแค่ไหน ท่านเคาท์ก็ตามเข้าไปจัดการได้ ( แล้วจะหนียังไงเนี่ย )

วิธีป้องกันและจัดการกับผีดูดเลือด

สิ่งที่ท่านเคาท์และบรรดาผีดูดเลือดกลัว คือ แสงแดด ไม้กางเขน กระเทียม เหล็กแหลม ( ใช้ตอกอก ) น้ำ  แสงแดด ไม่ว่าผีไทยหรือผีฝรั่ง เจอเข้าเป็นร้องจ๊าก!! แสบผิวหนังไปหมดเลย จอร์จ !! จึงสบายใจได้ว่า กลางวันปลอดภัยจากผีแน่นอน

ไม้กางเขน ดูเหมือนอันนี้เฉพาะผีฝรั่งเท่านั้นที่กลัว เพราะไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา แทนเครื่องหมายของพระเจ้า หรือจะให้ผีฝรั่งกลัวพระเครื่องของไทย อันนี้ก็ดูแปลกๆ ชาวยุโรปเชื่อว่าสามารถป้องกันผีได้อย่างดี แต่ถ้าเป็นกางเขนหัวกลับ จะเป็นเครื่องหมายของ ซาตาน

 

กระเทียม สรรพคุณ กลิ่นแรง รสชาติเผ็ดร้อน หากลองเอากระเทียมสดๆ ยัดใส่ปากตัวเองสัก1 กำมือ อันนี้ถึงเป็นคน ก็ทนแทบไม่ไหวเช่นกันกับตำนานท่านเคาท์ ที่ต้องกลัวกระเทียม แต่ถ้าเอาไปปรุงอาหารแล้ว ท่านเคาท์จะกลัวหรือเปล่าเนี่ย อิอิ ก็น่าคิด

เหล็กแหลม แน่นอน ถ้ามันวางไว้เฉยๆ ก็ดูไม่น่ากลัวอะไร แต่นี่คือ อาวุธของพระเอกสำหรับจัดการ ท่านเคาท์ โดยการรอจนเช้าแล้ววิ่งเข้าไปห้องใต้ดินที่เก็บร่างของท่านเคาท์ เอาเหล็กแหลมตอก หรือจิ้มลงไปบนอกของผีร้าย( โลงของท่านเคาท์ยิ่งหาง่าย เพราะจะติดแอร์ มีเสาอากาศ สายโทรศัพท์ ต่ออินเตอร์เน็ต ฯลฯ จริงๆแล้วเป็นโลงที่อยู่เด่นชัดและหรูกว่าของชาวบ้านนั่นเอง ) เท่านี้ บรรดาผีดูดเลือดก็ ม่องเท่ง ไปตามๆกัน ยิ่งเอากระเทียมยัดปากเพื่อความมั่นใจ ยิ่งดีใหญ่

น้ำ อันนี้ไม่รู้ท่านเคาท์จะกลัวทำไม หรือว่ากลัวว่าไม่มีกลิ่นสาบ ถึงแม้จะรูปหล่อถ้ามีแต่กลิ่นเน่า สาวๆ คงไม่หลงเป็นแน่ ถ้าใครพบผีดูดเลือด ลองหลอกพาไปอาบอบนวดสัก ชม. รับรอง เด๊ดสะมอเร่ตามระเบียบ

ส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องคือ เรื่องของ แวมไพร์ มีค้างคาวชนิดหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่า Vampire ซึ่งชอบดุดเลือดคนและสัตว์ และค่อนข้างตะกละมากเป็นพิเศษ มักบินไปดูดเลือดสัตว์ในคอกของชาวบ้าน ประกอบกับในช่วงเวลานั้นมักมีข่าวของฆาตกรโรคจิต ออกสังหารล่าเหยื่อสาวๆในเวลานั้น ผู้เขียนจึงเอาเรื่องราวเหล่านี้มาผสมกลมกลืนเป็นเรื่องราวของผีดูดเลือด ด้วยประการละฉะนี้ ..


ความจิงที่ลวงโลก

ปราสาทบรานแห่งโรมาเนีย เป็นปราสาทของเจ้าผู้ครองแคว้นทรานซิลวาเนีย อายุเก่าแก่กว่า 600 ปี วันหนึ่ง เกิดมีนักเขียนนิยายชื่อดังชาวไอริช คือ “บราม สโตเกอร์” จับความในประวัติศาสตร์ว่าเคยมีเจ้าชายนักรบชื่อ “วแลด เทเปส” มาพักที่ปราสาทนี้ แล้วไปผูกเรื่องเป็น“ท่านเคาท์แดร๊กคิวล่า” ที่กลางวันนอนโลงศพ กลางคืนลุกขึ้นมาดูดเลือดเหยื่อที่มักเป็นสาวสวย 
ครั้นนิยายถูกนำไปสร้างเป็นหนังผีสยองขวัญ ที่คริสเตอร์เฟอร์ ลี สวมบทเคาท์แดร๊กคิวล่า ทำเงินถล่มทลายเพราะคนดูตรึม โลกก็เลยรู้จักปราสาทบรานในฐานะ“ปราสาทแดร๊กคิวล่า”ชักพาให้คนไปเที่ยวตรึมเช่นกัน แล้วพานเข้าใจว่าเป็นปราสาทผีดิบจริงๆ ทั้งๆ ที่มันเป็นเพียงนิยาย เลยเถิดถึงขั้นตามไปดูโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ บนเกาะกลางทะเลสาบ “ซนากอฟ”ชานกรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของโรมาเนีย ซึ่งตามประวัติว่าสร้างโดยเจ้าชายวแลด เทเปส และยังเป็นที่ฝังศพของท่าน แต่โปรแกรมทัวร์บอกเป็น “สุสานแดร๊กคิวล่า” 
บาทหลวงที่ดูแลโบสถ์นี้ท่านคงรำคาญเต็มทน ที่มีคนมาถามหาหลุมศพแดร๊กคิวล่าอยู่เรื่อย ท่านเลยเขียนคำอธิบายแล้วลงทุนอัดสำเนาแจก เนื้อหามีอยู่ว่า วแลด เทเปส (Vlad Tepes) ทำไมเขาจึงได้รับสมญานามว่า “แดร๊กคิวลา” เพราะเขาเป็นผีดิบดูดเลือดรึ? ช่างไร้สาระสิ้นดี ลองมาฟังเรื่องนี้ดีกว่า เมื่อ 600 ปีก่อน พวกเติร์กแห่งอาณาจักรออตโตมานกำลังขยายอำนาจ ขณะที่โรมาเนียแบ่งเป็นแคว้นทรานซิลวาเนีย กับแคว้นวาลาเคีย มีเจ้าชายผู้กล้าคนหนึ่ง ชื่อ “วแลดแห่งวาลาเคีย” ปฏิบัติการรุกรบต่อต้านการโจมตีของพวกเติร์กอย่างแข็งขัน จนเป็นที่เลื่องลือในความเก่งกล้า บ้าบิ่น และมโหดต่อศัตรูผู้รุกราน
ยามนั้น ชาวบ้านนิยมเรียกเขาว่า “วแลด แดรคูล” แปลว่า “วแลด เจ้ามังกรผยองเดช” เพราะพ่อของวแลด ได้รับการแต่งตั้งจากพระจักรพรรดิซิกิสมุนด์แห่งนูเรมเบิร์ก ให้เป็น “อัศวินมังกร” (Knight of Dragon’s Order) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตกทอดถึงทายาทด้วย เมื่อวแลดขึ้นครองวาลาเคีย และยังเป็นเจ้าชายนักรบผู้กล้า ผู้คนจึงเรียกเขาอย่างภูมิใจว่า “วแลด แดรโค” (Vlad Draco) เพราะ “แดรโค” เป็นภาษาละตินแปลว่า “Dragon” หรือมังกรนั่นเอง ภายหลังจึงเพี้ยนเสียงเป็น “วแลด แดรคูล” (Vlad Dracul) ไม่ใช่ท่านเคาท์แดร๊กคิวล่าจอมดูดเลือดแต่อย่างใดเลย…” 
แต่ “วแลด แดรคูล” แห่งแคว้นวาลาเคีย มาเป็นท่าน “เคาท์ แดร๊กคิวล่า” ที่ปราสาทบรานแห่งแคว้นทรานซิลวาเนียได้อย่างไร? สันนิษฐานกันว่า วแลด แดรคูล อาจเคยมาช่วยทรานซิลวาเนียต่อสู้กับพวกเติร์กที่ปราสาทบราน หรือท่านอาจเคยครอบครองปราสาทนี้อยู่ระยะหนึ่ง ก็เลยเอาตำนานความโหดร้ายของท่านมาผูกเรื่องเป็นผีดิบไปเสีย ซึ่งหากท่านโหดร้ายจริง ก็โหดร้ายกับศัตรูผู้รุกราน แล้วมันผิดตรงไหน? ใครๆ ก็รู้ว่าพวกเติร์กสมัยนั้นก็โหดใช่ย่อย ไม่ต้องดูอื่นไกล มีหลักฐานบางเล่มระบุว่าสมเด็จพระนเรศวรก็ทรงโหดมต่อศัตรูและต่อไพร่พลที่หนีทหารหรือแปรพักตร์ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา มิฉะนั้นพระองค์คงกอบกู้บ้านเมืองไม่ได้ 
ปราสาทแดร๊กคิวล่า จึงถือเป็น “ความจริงที่หลอกลวง” แต่เรื่องนี้ชาวโรมาเนียไม่ได้โวยวายอะไร เพราะความจริงลวงนี้นำเงินตราเข้าประเทศมหาศาล ล่าสุด มีข่าวว่า ทายาทผู้ครองแคว้นทรานซิลวาเนีย (ไม่ใช่ทายาทผีดิบดูดเลือด) ประกาศจะขายปราสาทบรานให้รัฐบาลโรมาเนียเป็นเงินถึง 60 ล้านยูโร หรือแค่ 2,800 กว่าล้านบาท 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: