มัมมี่และพีระมิด

พีระมิดในประเทศอียิปต์เป็นสิ่งก่อสร้างของชาวอียิปต์โบราณสมัยก่อนยุคเหล็ก โดยเฉพาะพีระมิดคูฟู ในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่า นับเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิทยาการที่น่าอัศจรรย์ของอียิปต์โบราณ ก่อสร้างด้วยหินปูนมากว่า 2.5 ล้านก้อน โดยแต่ละก้อนมีน้ำหนัก 2 ถึง 70 ตัน และด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้ พีระมิดกิซ่า เป็นเพียงหนึ่งเดียว ของ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคโบราณ ที่ยังตั้งตะง่านอยู่ถึงปัจจุบันที่ยากจะหา สิ่งก่อสร้างอื่นใดมาเทียบเคียงได้

Great Sphinx of Giza

Great Sphinx of Giza (Photo credit: George M. Groutas)


หมู่พีระมิดแห่งกิซ่า (Giza Pyramid Complex)

1. พีระมิดคูฟู (Khufu) หรือ มหาพีระมิดแห่งกิซ่า (The Great Pyramid of Giza) หนึ่งเดียวในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน มีขนาดใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่า

2. พีระมิดคาเฟร (Khafre) ตั้งอยู่ตรงกลางของพีระมิดทั้ง 3 และสร้างอยู่บนพื้นที่สูง ทำให้ดูเหมือนมีขนาดใหญ่ที่สุด และมีบางคนเข้าใจผิดว่าพีระมิดคาเฟรคือมหาพีระมิดแห่งกิซ่า ทางทิศตะวันออกของพีระมิดคาเฟรมี มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) หินแกะสลักขนาดมหึมาที่มักปรากฏในภาพถ่ายคู่กับพีระมิดคาเฟร

3. พีระมิดเมนคูเร (Menkaure) ขนาดเล็กที่สุดและเก่าแก่น้อยที่สุดในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่า จากตำแหน่งการก่อสร้างทำให้คาดได้ว่า เดิมอาจตั้งใจสร้างให้มีขนาดใกล้เคียงพีระมิดคูฟู และพีระมิดคาเฟรแต่ในที่สุดก็สร้างในขนาดที่เล็กกว่า พีระมิดเมนคูเรมักปรากฏในภาพถ่ายพร้อมกับหมู่พีระมิดราชินีทั้ง 3 (The Three Queen’s Pyramids)

พีระมิดทั้งสามสร้างเรียงต่อกันเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกของกรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศอียิปต์ในปัจจุบัน

จากการศึกษาพีระมิดทำให้เรารู้ว่า ภายในพีระมิดมีห้องลึกลับและมีทางเดินที่คับแคบ ห้องเหล่านั้นเคยใช้เป็นที่เก็บมัมมี่ขององค์ฟาโรห์ มเหสีและมหาสมบัติมากมาย การมีขนาดใหญ่มโหฬารมากทำให้ชาวอาหรับในสมัยโบราณเรียกพีระมิดว่า มหาบรรพตแห่งองค์ฟาโรห์

การสร้างพีระมิดฟาโรห์ต้องวางแผนก่อสร้าง รวมทั้งสถานที่ตั้งด้วย

ในการสร้างพีระมิดทุกครั้ง ฟาโรห์ต้องวางแผนก่อสร้าง รวมทั้งสถานที่ตั้งด้วย โดยมีหลักการง่ายๆ ว่า พีระมิดที่จะสร้างใหม่ต้องอยู่ใกล้แม่น้ำ เพื่อความสะดวกในการขนหิน ชนิดของหินก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน เพราะพีระมิดมีหลายชั้น การใช้หินที่ไม่แข็งแรงอาจทำให้พีระมิดทรุดตัวลงได้ ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด 100% ว่า ชาวอียิปต์โบราณสร้างพีระมิดอย่างไร เมื่อ 2,500 ปีก่อนนี้

นักประวัติศาสตร์ชื่อ Herodotus ได้อ้างว่าฟาโรห์ใช้คนในการก่อสร้างพีระมิดมากถึง 100,000 คน และนานถึง 20 ปี แต่นักเทคโนโลยีทุกวันนี้เชื่อว่า ตัวเลขกรรมกรขนหินน่าจะเป็นเพียง 4,000 คนมากกว่า การที่ใช้คนจำนวนน้อยเช่นนี้ เพราะกรรมกรไม่ต้องทำงานทั้งปี คือเฉพาะเวลาน้ำในแม่น้ำไนล์ท่วมฝั่งชาวนาและกสิกรจะว่างงาน จึงทิ้งนาเพื่อมาช่วยสร้างพีระมิดถวายแด่องค์ฟาโรห์ของตน

พีรามิด สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองกิซ่า ใกล้กรุงไคโร ก่อสร้างมานาน 4,000 ปีแล้ว ตอนนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศอียิปต์ พีรามิดที่กิซ่านั้นยิ่งใหญ่เหนือพีรามิดอื่นๆในอียิปต์ ใครเห็นเป็นต้องตื่นตะลึง

มัมมี่

พีรามิดเกิดขึ้นได้เพราะชาวอียิปต์โบราณเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย จะมีวิญญาณที่คงอยู่ ดังนั้นต้องมีการเตรียมการให้ดวงวิญญาณอยู่อย่างสุขสบายหลังความตาย ยิ่งคนตายสำคัญมากเท่าไร การเตรียมสถานที่และพิธีต่างๆต้องละเอียดมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเป็นฟาโรห์ด้วยแล้วก็ไม่ต้องพูดถึง พีรามิดนั้นก็เป็นสุสานของฟาโรห์นั่นเอง ส่วนที่มีโครงสร้างทึบและใหญ่โตก็เพื่อปกป้องร่างกายและสมบัติของฟาโรห์จากพวกหัวขโมยรวมทั้งแสดงถึงอำนาจและความมั่งคั่งของเจ้าของ

การก่อสร้างพีรามิดนั้นมีบันทึก (450 ปีก่อน ค.ศ.) ว่า ต้อช้คนงานถึง 1 แสนคน เพราะสมัยก่อนไม่มีเสาเข็ม หรือปูน งานสร้างก็ต้องใช้มือล้วนๆ เริ่มจากการสกัดและตกแต่งหินแต่ละก้อน ซึ่งหินที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นหินปูน ส่วนกรุภายในใช้หินแกรนิต ขนกันมาไกลเป็นหลายร้อยกิโลเมตร จากนั้นก่อฐานพีรามิด ไปพร้อมกับการสร้างทางลาดที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นทางลำเลียงก้อนหินขึ้นไปตั้งชั้นพีรามิด ซึ่งคาดว่ามหาพีรามิดนี้ใช้เวลาสร้างถึง 20 ปี

สำหรับประวัติมัมมี่ นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ชื่อเฮโรโดตุส บันทึกไว้เมื่อ 450 ปีก่อนค.ศ.ว่า การทำมัมมี่เกิดจากความเชื่อว่า ฟาโรห์เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณหรือคา (KA) อันเป็นเหมือนกายทิพย์ที่ซ้อนอยู่ในกายที่เป็นเนื้อหนัง ขณะที่ฟาโรห์มีชีวิตอยู่ และคาจะดำรงสภาพตราบเท่าที่เนื้อกายนั้นยังคงอยู่ ดังนั้นจึงต้องมีการรักษาร่างกายของฟาโรห์ไว้ด้วยกรรมวิธีพิเศษ โดยนำอวัยวะภายในออก ตากศพไว้ 40 วัน โดยมีการโรยเกลือ จากนั้นนำศพไปทาน้ำมันตกแต่งด้วยผ้าพัน โดยผ้าพันชั้นนอกชโลมด้วยน้ำผึ้ง และแปะผ้าให้ติดกันด้วยวุ้นเจลาติน ส่วนหน้ากากที่คลุมหน้าและส่วนอกทำวยผ้าลินินพอกปูนปลาสเตอร์ สรุปใช้เวลาทำทั้งหมดประมาณ 70 วัน จากนั้นนำมัมมี่นี้บรรจุลงในหีบ หีบชั้นนอกสุดจะเป็นหินจารึกคาถาเพื่อพิทักษ์ปกป้องดวงวิญญาณขณะเดินทางสู่ปรโลก

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: